วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 5 (30 / Nov. / 09)

Learning Log Week 5 (30 / Nov. / 09)
สิ่งที่ได้เรียนรู้
วันนี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำ animation ง่ายๆจากโปรแกรม Image ready ซึ่งก็ค่อนข้างง่ายเราสามารถปรับความช้าเเละเร็วของการเคลื่อนไหวได้ตามความต้องการ จากนั้นก็เซฟมาเป็น .gif เพื่อใช้ในการทำเว็บต่อไป
จากนั้นก็เป็นการเรียนรู้ด้วยโปรแกรม Dreamweaver เพื่อช่วยในการสร้าง web page โดยเริ่มต้นจากการตั้งค่าหน้ากระดาษ เพื่อง่ายต่อการใช้งาน และจากนั้นก็เป็นการเรียนรู้เรื่อง การตั้งค่าภาษาเพราะเมื่อเราใช้ ภาษาไทยจะทำให้ไม่ผิดเพื้ยน และต่อจากนั้นก็เป็นการตั้งค่าเว็บเพจเบื้องต้น การใช้ตารางช่วยในการทำเว็บเพจ การสร้าง Template ตัวอย่างเทคนิคการสร้าง Rollover Button ไฟล์ ซึ่งค่อนข้างจะซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการทำพอสมควร
อีกทั้งการทำ Java scrip ทำให้เว็บของเราดูมีความน่าสนใจขึ้นเยอะ และยังเป็นวิธีที่ค่อนข้างง่ายค่ะ
สิ่งที่จะไปศึกษาเพิ่มเติม
จะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงาน โปรแกรม Dreamweaver เพราะยังค่อนข้างยากและซับซ้อน นอกจากนั้นจะไปศึกษาสิ่งที่จะสามารถนำมาตกแต่งเว็บเพิ่มเติม เริ่มออกแบบและลงมือทำ Web Queat ของตัวเองค่ะเพื่อที่จะได้เสร็จตามกำหนด
ข่อเสนอแนะ
วันนี้เรียนค่อนข้างหนักเพราะปฏิบัติค่อข้างเยอะพอสมควร ทำให้งงบ้างและในช่วงโปรแกรม Dreamweaver ทำให้สับสนพอสมควรต้องลองทำหลายๆรอบถึงจะเข้าใจและคิดว่าจะต้องฝึกฝนต่อไปค่ะ อิกอย่างคือ Java scrip ที่มีปัญหาตรงที่ว่ารูปไม่ขึ้นแต่มีการเคลื่อนไหว ลองทำหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ผล แต่ก็จะลองเอา Java ตัวอื่นลงมาใส่ค่ะ

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 4 (23 / Nov. / 09)


Learning Log Week 4 (23 / Nov. / 09)
สิ่งที่ได้เรียนรู้
สัปดาห์นี้อาจารย์ได้ให้นิสิตออกไปรายงาน Web Quest ของตนเองที่ได้ออกแบบมาคร่าวๆ จากการที่ข้าพเจ้าได้ฟังเพื่อนๆรายงานแล้วนั้นข้าพเจ้ารู้สึกว่าเพื่อนๆหลายคนมีความคิดดีๆเยอะมาก และมีความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถนำมาใช้ได้จริง โดยข้าพเจ้าประทับใจรูปแบบของธมลวรรณในเรื่องของการออกแบบหน้าเว็บซึ่งมีความน่าสนใจและดึงดูดได้ดี อย่างตัวของข้าพเจ้าเมื่อเห็นเว็บแบบนี้ก็อยากจะเข้าไปชมแล้ว ดังนั้นการออกแบบเว็บก็มีส่วนสำคัญอย่างมากในการดึงดูดให้ผู้เรียนสนใจในเนื้อหา จากนั้นเรามาเรียนกันต่อที่ห้องคอม อาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับเทคนิคของการ Slice ภาพ ด้วยเครื่องมือ Slice Tool ในโปรแกรม Photoshop เพื่อใช้ในการพัฒนา Web Quest ของตนเอง อีกทั้งการสร้าง Slice นั้นก็เพื่อให้เราออกแบบหน้าเว็บได้อย่างมีระบบระเบียบโดยการทำนั้นก็ไม่ได้ยาก และเมื่อเราใช้เป็นเเละเซฟเป็น ไฟล์ .html แล้วนั้นเมื่อมากดในส่วนของหน้า Index ก็จะขึ้นเป็นหน้าเว็บที่เราทำการ Slice แต่จะไม่ปรากฏเส้น Guide เเต่จะมีการลิ้งกันไปถึงหน้าที่เราต้องการอย่างมีระบบค่ะ

สิ่งที่ต้องนำมา
ปรับปรุง Web Quest ของคู่เราค่ะ เพราะงานนี้อาจารย์ได้มอบหมายงานคู่ให้แก่พวกเราแล้วก็จะนำภาระงานที่อาจารย์ได้เเนะนำในคาบและภาระงานที่น่าสนใจมาปรับใส่กับเว็บเควสของตัวเองค่ะ เพื่อให้เว็บเควสสมบูรณ์มากขึ้น
ข้อเสนอแนะ
ได้ความรู้ในหลายๆเรื่องทั้งการอกแบบสีและการออกแบบเว็บที่ค่อนข้างจะละเอียดและซับซ้อนแต่ว่าก็เพลินดีค่ะได้ดูความคิดของหลายๆคน ทุกคนทำมาสวยมากและก็น่าสนใจแตกต่างกันออกไปค่ะ ทำให้อยากนำข้อดีเหล่านี้มาปรับปรุงให้กับของตัวเองค่ะ :)



วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 3 ( 16 Nov.09)



Learning Log Week 3 ( 16 Nov.09


สิ่งที่ได้เรียนรู้ (16.พย.09)

วันนี้อาจารย์ได้ให้พวกเราศึกษาเนื้อหาด้วยตัวเองได้จากเว็บWBI โดยเรื่องแรกคือ

1.ADDIE'S MODEL ซึ่งแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 ขั้นตอนดังนี้

1.1 Analyze การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปและเเบบเฉพาะ โดยนำเอามาใช้กับเว็บไซต์ก็จะนำขั้นนี้มาระบุวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ รวมถึงกลุ่มเป้าหมายที่จะนำไปให้ใช้ และบริบทของโรงเรียนที่มีสภาพเเวดล้อมเเละอุปกรณ์เป็นอย่างไรเหมาะเเก่การใช้หรือไม่

1.2 Design อการออกแบบโดยมี Rapidprototype ซึ่งเป็นการออกแบบคร่าวๆให้ผู้สอนได้เห็นโครงสร้างของเว็บไซต์ดังกล่าว และจะได้สามารถปรับแก้ต้นแบบได้

1.3 Develop การพัฒนา โดยขั้นนี้ก็จะอิงผลมาจากข้อที่เเล้ว เมื่อต้นเเบบได้รับการยอมรับเเล้วก็จะดำเนินการในการพัฒนาต่อๆไป
1.4 Implement การนำไปใช้ แยกออกเป็น Pilots เว็บไซต์ไปทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย
Rollout Plan การวางเเผนการนำไปใช้จริง
1.5 Evaluation การประเมินคือมีทั้ง SMES ประมเนทางเนื้อหาสาระ ว่าอยู่สาระใด หรือจะเป็น Audience คือกลุ่มเป้าหมาย หรือ คนทำเว็บเป็นคนประเมิน
Gagne 9 ขั้น
1. Gain attention เรียกความสนใจจากผู้เรียน เช่น วีดีโอ ภาพ สี เสียง เป็นต้น
2. Inform learners Objectives - แจ้งให้ผู้เรียนทราบถึงวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ซึ่งอาจจะอยู่ที่หน้า Home page หรือ Annoucement
3. Stimulate recall of prior learning กระตุ้นความรู้เดิมของผู้เรียนโดยอาจใช้ ภาพ วีดีโอ chatroom เป้นต้น
4. Present the content นำเสนอเนื้อหาสรุป เช่นอาจทำอยู่ในรูปแบบ Powerpoint ที่แปลงเเล้วก็ได้
5. Provide learning guidance การให้คำเเนะนำระหว่างเรียนเช่นอาจผ่านทาง FAQs หรืออาจจะมีปุ่มช่วยผู้เรียน โดยอาจใช้การพบกันเเบบประสารเวลาหรือ Post ข้อความไว้เล้วค่อยให้ผู้สอนมาตอบก็ได้
6. Elicit performance แบบฝึกหัดทดสอบความรู้เช่น Quiz เครื่องมือต่างๆ หรือจะAssign งานกลุ่มก็ได้
7. Provide feedback ให้ข้อเสนอเเนะหรือเเนวทางต่างๆทาง E-mail เป็นต้น
8. Assess performance การประเมินผล เช่นการตรวจสอบการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เเละการใช้ Rubic
9. Enhance retention and transfer to the job การทบทวนเเละการเสนอแนะ การนำไปใช้ในชีวิตจริง เช่นการตั้งโจทย์ case study เป็นต้น
WBI Site Structure
คือการกำหนดเนื้อหาทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัยมากๆสำหรับการทำเว็บไซต์ เหมือนเป็นการเขียนเเบบเว็บไซต์ทั้งหมด คือการกำหนดรายละเอียดของ Web page
1. Sequence คือการเรียงลำดับเเต่ละหน้าซึ่งเเบบนี้จะเหมาะกับการมีเนื้อหา web page ไม่มากนัก
2. Hierarchy เป็นการจัดแบบลำดับชั้นซึ่งเหมาะกับ Web page ที่มีเนื้อหามากๆ
3. ombination เหมาะกับการสร้างเว็บที่ซับซ้อนซึ่งเอาข้อดีระหว่างข้อที่ 1 เเละ ข้อที่ 2 มาผสมกัน
สรุปแล้ว ข้อมูลเเละขั้นตอนในการออกแบบเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่เราจะต้องคำนึงถึงซึ่งจะต้องผสมผสานให้เหมาะสมกับ Web ของตัวเอง
Page Design
- Page Header คือ Banner ของหัวเรื่อง อาจจะเป็นจุดที่เด่นสุดคือมุมบนซ้ายซึ่งเป็นส่วนแรกที่มองเห็น
- Navigation Bar เชื่อมโยงไปยังส่วนต่างๆ เหมือนเป็นส่วนนำทาง
- Page Body เป็นส่วนที่ใส่เนื้อหาอาจมีส่วนนำทางในการเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาอื่นๆ ซึ่งส่วนมากจะอยู่ทางด้านขวา
- Page Footer อยู่ด้านล่างสุดนิยมใส่ชื่อผู้จัดทำ Banner ของผู้สนับสนุน หรือแผนผังของเว็บไซต์ Text link เป็นต้น
การออกแบบ Page Header และ Navigation Bar จะคงอยู่ตลอดไม่ว่าจะเปิดไปหน้าใดของเว็บ การออกแบบควรคำนึงถึงความเรียบง่าย มีสีสันที่พอเหมาะ เป็นต้น
คำนึงถึงความสม่ำเสมอกันตลอดทั้งเว็บไซต์ ถ้าเราทำให้เกิดความเเตกต่างกันผู้ใช้อาจงงได้ว่าอยู่ที่เว็บไซต์เดิมหรือไม่
การใช้สี ซึ่งมีทั้ง โทนร้อนเเละโทนเย็น ในส่วนของสีโทนร้อน
Warm Tone นั้นจะบอกถึงความรู้สึกตื่นเต้น มีชีวิตชีวา
Cool Tone บอกถึงความสุภาพ อ่อนโยน เรียบง่าย
Neutral Tone สีโทนกลางขาว ดำ เทา น้ำตาล สามารถนำไปผสมกับสีอื่นๆก็ได้
- Navigation Bar ระบบนำทาง ช่วยให้ผู้ชมเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วสามารถแยกออกจากเมนูหลักที่ปรากฏอยู่บนเว็บเพจทุกหน้า เเละอาจมีเครื่องมือช่วยค้นหา Search box เป็นต้น
-มี Link กลับไปหน้า Home page ในกรณีที่หลงทาง เป้นต้น
สิ่งที่จะเตรียมไปคราวหน้า
เตรียมตัวนำเสนอ Web Quest ของตนเองเเละศึกษารูปแบบของ Web Quest เพิ่มเติมรวมถึงอยากจะศึกษาในเรื่องของโทนสีซึ่งค่อนข้างน่าสนใจ เเละหลักการของ Gagne เพื่อจะได้ออกแบบเว็บไซต์ที่ตนเองต้องการได้อย่างถูกต้องตามหลัก
ข้อเสนอแนะ
วันนี้อาจารย์ให้ศึกษาบทเรียนด้วยตัวเองซึ่งก็ดีค่ะเพราะว่าจะได้ทบทวนได้หลายรอบถ้าไม่เข้าใจเเต่ง่วงนิดหน่อย พอทำงานก้สนุกดีค่ะมีไอเดียเยอะเเยะทำให้เลือกได้เยอะดีค่ะจากตัวอย่างที่พี่ทีเอให้ดู

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 2 ( 9 Nov.09)

Learning Log Week 2 ( 9 Nov.09)



สิ่งที่ได้เรียนรู้

วันนี้ได้เรียนรู้เยอะๆมากๆค่ะแต่จุดเด่นๆคงหนีไม่พ้น Web Quest คืออะไร จกาที่ในตอนแรกเคยได้ยินว่ามันคือเว็บที่คอยให้คนหรือผู้ที่สนใจเข้าไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ซึ่งมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกต้อง เเต่วันนี้เราได้รู้ความหมายและหัวใจของ Web Quest ว่าคืออะไร

Web Quest คือนวัตกรรมการจัดกิจกรรมทำให้ผู้เรียนใช้ข้อมูลความรู้แบบสืบสอบ ซึ่งให้ผู้เรียนวิเคราะห์ สังเคราะห์ เน้นการทำกิจกรรม และภาระงาน ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งการนำเข้าสู่บทเรียนเป็นหัวข้อที่สำคัญที่สุดเพราะว่าจะทำอย่างไรให้ผู้เรียนสนใจและกระตุ้นความรู้ของผู้เรียนออกมา ส่วนประกอบของเว็บเควสนั้นก็คือ บทนำ ภาระงาน กระบสนการทำงาน การประเมิน การสรุป ซึ่งอาจมีการบูรณาการระหว่างรายวิชาก็ได้

หัวใจสำคัญของ Web Quest มีสามสิ่งด้วยกันคือ 1. นำเข้า(Input) 2.แปลงสาร (Transformation) 3. การออกมาเป็นชิ้นงาน (output) ผู้เรียนม่ได้ใช้ข้อมูลของสารที่ได้มา copy past แต่จะแปลงจากสื่อมาเป็นสิ่งใหม่ที่ผู้เรียนได้คิด เเละวิเคราะห์ด้วยตนเอง



Web 2.0 เป็นเว็บไซต์ที่ปัจจุบันคนนียมใช้กันมากและมีให้อยู่มั่วไปตามเว็บต่างๆซึ่งมีการออกแบบในแบบของเว็บ Web 2.0 ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มดังนี้

1. Web application tools - เครื่องมือสนับสนุนการทำงานบนเว็บ จำพวก Blog ต่างๆที่เราเข้าไปเขียนกันเพื่อเผยเเพร่หรือบันทึกเรื่องราวต่างๆตามที่ตนต้องการซึ่งมีให้เราใช้อยู่อย่างเเพร่หลายเช่น Blogger เป็นต้น

2.Communication tools - เครื่องมือสำหรับติดต่อสื่อสาร ก็เหมือนกับการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล การเเลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเเลกเปลี่ยนความรู้ สิ่งต่างๆ อาทิเช่น ห้อง chat skype ที่เป้นโปรเเกรม เสมือน msn แต่ว่ามีเครื่องมือต่างที่ค่อนข้างทันสมัยทั้งการพูดเเล้วได้ยินเสียงของอีกฝ่ายเป็นต้น

3.Community tools - เครื่องมือส่งเสริมการเป็นชุมชนออนไลน์ เหมือนเป็นสังคมที่ติดต่อซึ่งกันและกันอยู่บนโลกออนไลน์ เช่น Webboard ที่เป็นเเหล่งให้ผู้คนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน

4.File sharing tools - File sharing tools - เครื่องมือที่ช่วยในการแบ่งปันข้อมูล เช่นการแบ่งปันวีโอ รงูปภาพต่างๆ เว็บที่เรารู้จักดีก็คือ Youtube เป็นต้น

การออกแบบ web quest ในความคิดของตัวเอง
จะเป็นเว็บเควสเกี่ยวกับภาษาเยอรมันค่ะ ซึ่งก็อาจจะเกี่ยวกับด้านไวยกรณ์ คำสัพท์หรือวัฒนธรรมเป็นต้นนะค่ะ
กลุ่มเป้าหมาย - เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5-6 คือต้องมีพื้นฐานทางภาษาเยอรมันมาบ้างค่ะ
วัตถุประสงค์ - เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ภาษาเยอรมันในด้านต่างๆที่แปลกออกไป ทำให้ไม่น่าเบื่อและเกิดการสืบค้นความรู้ด้วยตนเอง
- เพื่อให้นักเรียนได้วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลให้เกิดขึ้นมาใหม่จากความคิดของตนเอง
- เพื่อต้องการให้นักเรียนฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม
Desige - เป็นเว็บเควสที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับภาษาเยอรมันค่ะ
ภาระงานที่กำหนดมีทั้งหมด 3 ภาระงาน
ภาระงานที่ 1 คือให้นักเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารของประเทศเยอรมันซึ่งภายในเว็บเควสก็จะให้ลิ้งแก่นักเรียนเข้าไปเรียนรู้ด้วยตัวเองและทำแบบฝึกหัด
ภาระงานที่ 2 ให้นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้หลักไวยกรณ์เข้ามาข่วยเป็นส่วนของการฝึกไวยกรณ์
ภาระงานที่ 3 ให้นักเรียนทำชิ้นงานขึ้นมา 1 ชิ้นงานดดยออกมาในรูปแบบใดก็ได้แต่ว่าต้องมีคำศัพท์ที่เรียนไปแล้ว และเเต่งประโยคโดยใช้หลักไวยกรณ์ โดยอธิบายไว้ใต้ภาพไม่ต่ำกว่า 10 รูป โดยแบ่งกลุ่มละ 3 คน
สรุป - ภาระงานทั้ง 3 ภาระงานนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกันคือถ้าสามารถผ่านภาระงานที่ 1-2 ไปได้ถึงจะสามารถทำภาระงานที่ 3 ได้ เพราะจะทำให้นักเรียนสามารถคิดต่อยอดจากสิ่งที่เราให้ไว้ในเว็บเควสด้วยความคิดของเขาเองค่ะ อีกทั้งยังส่งเสริมการทำกิจกรรมกลุ่มและการเรียนรู้ด้วยตนเอง

สิ่งที่จะไปศึกษาเพิ่มเติม
จะไปศึกษาเรื่องของเว็บ 2.0 สามารถนำเข้ามาช่วยในเว็บเควสของตนเองได้หรือไม่และออกแบบเว็บเควสของตัวเองทั้งเนื้อหา แหล่งข้อมูล รวมถึงออกแบบคร่าวๆไว้
ไปศึกษาเรื่องของCommunication tools และ Community tools ว่าต่างกันตรงไหนเพราะมันก็เป็นการสื่อสารเช่นเดียวกันแต่จะไปทำความเข้าใจให้มากขึ้นค่ะ

ข้อเสนอแนะ
วันนี้เรียนค่อนข้างเข้าใจค่ะได้ทำกิจกรรมเยอะดีกระตุ้นต่อมการเรียนรู้ได้อย่างดีค่ะ แต่งานค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษ :)

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 1 ( 2 Nov.09)

Learning Log Week 1 ( 2 Nov.09)


สิ่งที่ได้เรียนรู้ :

- ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของอินเจอร์เน็ตตั้งเเต่อดีตจนถึงปัจจุบันจากคลิปวีดีโอ ที่เเสดงให้เห็นถึงพีฒนาการของอินเตอร์เน็ตในเรื่องต่างๆ เช่น ความเร็ว การพัมนาทางด้านดารศึกษาเเละธุรกิจ เป็นต้น



- การเรียนการสอนผ่านเว็บ (What is Web-based Instruction?) นำเสนอเกี่ยวกับวิวัฒนาการของการศึกษาทางไกล เเละนิสัยของเด็กในยุคต่างๆก็คือการพัฒนาของเด็กในยุคดิจิตอลที่ใช้เวลากับอินเตอร์เน็ตค่อนข้างมาก เเละความสำคัญของ e-learning ที่ปัจจุบันถูกพัฒนาขึ้นซึ่งมันไม่ได้จำกัดเเค่อยู่บนเว็บเพียงอย่างเดียว

- การเรียนการสอนผ่านเว็บบทที่ 2 ได้ความรู้เกี่ยวกับความหมายของ WBI และ CAI ว่ามีความแตกต่างหันอย่างไร อย่าง CAI เป็นการเรียนแบบ 1 ต่อหนึ่ง และจะใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตหรือไม่ก็ได้ แต่ WBI เป็นการใช้ทรัพยากรเพื่อเเลกเปลี่ยนการเรียนการสอนผ่านทางการสื่อสารบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีการติดต่อสื่อสารซึ่งกันเเละกันเช่น blog, chat อย่างที่อาจารย์ได้ถามว่า "การเรียนการสอนผ่านเว็บในความหมายของนิสิตคืออะไร" ข้าพเจ้าคิดว่า การเรียนการสอนผ่านเว็บคือ การจัดการเรียนที่ผู้สอนได้ออกเเบบมาอย่างเป็นระบบเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าไปเรียนรู้เเละศึกษาด้วยตนเองได้อย่างเข้าใจ อีกทั้งยังอาศัยโปรเเกรมต่างๆในการสร้างบทเรียนขึ้นมา โดยอาศัยการใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้ามาช้วยในการจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บค่ะ องค์ประกอบหลักๆของ WBI คือ เนื้อหา , การบริหารการเรียนการสอน , การติดต่อสื่อสาร เเละ การสอบ
พัฒนาการของ WBI เมื่อก่อนผู้สร้างต้องใช้คำสั่งของ HTML เพื่อให้เว็บเเสดงผล ต่อมามีการพัฒนาโปรเเกรมต่างๆที่ช่วยในการสร้างเว็บดดยใช้รูปแบบการทำงานแบบ GUI ทำให้ผู้สร้างได้เห็นเว็บของตัวเองเสมือนเปิดบนเว็บ Browser


การใช้ WEB 2.0 เข้ามามีส่วนช่วยในการออกเเบบการเรียนการสอน : นั้นมีข้อดีมากเพราะทำให้ผู้เรียนมองเห็นในทุกๆด้านเช่น การเรียนผ่าน Youtube ในวิชาภาษาเยอรมัน ซึ่งมีทั้งวีดีโอเเนตัว วีดีโอการออกเสียงเป็นต้น หรือจะเป็นการใช้ ในวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งมีตัวอย่างการทดลองให้เห็นกันมากค่ะ อาจารย์ผู้สอนอาจจะหาเเหล่งข้อมูลมาให้นักเรียนเเละให้นักเรียนกลับไปเรียงเองที่บ้านเเละสรุปส่งในชั่วโมงต่อไปได้ค่ะ


สิ่งที่ต้องเตรียมมา :

- ศึกษาเกี่ยวกับตัวอย่างการติดตั้ง Gadget ให้บล็อก (RSS Feed) ไฟล์ เเละลองไปปฏิบัติกับบล๊อคของตัวเอง
- ตัวอย่างการฝัง Application ลงในบล็อก (Youtube) ไฟล์ ยังไม่สามารถทำได้เเต่จะไปศึกษาเพิ่มเติมค่ะ

ข้อเสนอแนะ :

- สื่อของอาจารย์ที่นำมาให้ดูสนุกดีค่ะเเม้จะใช้เวลาสั้นๆเเต่ว่าเข้าใจได้ง่ายเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต

- เว็บ WBI ที่นำมาใช้เรียนบางช่วงก็อืดไปบ้างถ้ามีคนเข้าเยอะๆค่ะ

- เรียนเพลินดีค่ะ เพราะว่าอยู่ในห้องคอมอีกทั้งยังได้ค้นข้อมูลไปเรื่อยๆค่ะ